ประเทศไทยมีกี่จังหวัดกันแน่ 75 หรือ 76?
        ถ้าจั่วหัวข้างต้นเป็นข้อสอบ ก็อาจจะมีพวกเราบางคนสอบตกเพราะตอบผิดทำไมจึงตอบผิด? ขอเชิญพวกเรา อ่านคำเฉลยข้างล่างนี้ให้สิ้นสงสัยกันได้เลย
        พวกเราบางคนคงจะเคยได้ยินพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์ ผู้อ่านข่าวทางวิทยุ โฆษณา ที่ลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่างๆ เมื่อมีการกล่าวอ้างถึงจำนวนจังหวัดในประเทศไทย ก็มักจะบอกว่ามี 76 จังหวัด
        น้อยรายที่จะบอกว่ามี 75 จังหวัด (ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง)
        เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเกิดจากความเข้าใจผิด รู้ไม่จริง แล้วถ่ายทอด พูดคุยบอกกล่าวกันต่อๆไป โดยเข้าใจว่านั่นถูกต้องแล้ว อย่างนี้เห็นจะต้องโทษ ผู้บริหารของสื่อต่างๆ ที่ไม่กวดขัน เช่น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการได้ น่าต้องผ่านการทดสอบด้วยการตอบคำถามหลักๆ ให้ได้เสียก่อน เช่น คำถามที่ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีกี่จังหวัด ถ้าตอบผิดก็เข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการไม่ได้ หรือโฆษณาที่จะนำมาลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ถ้าระบุบอกจำนวนจังหวัดผิดไป ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้องจึงจะลงโฆษณาได้ ซึ่งถ้ากวดขันกันแบบนี้ก็เชื่อว่า คงจะไม่มีใครเข้าใจผิด บอกจำนวนจังหวัดผิดอีกต่อไป
        เหตุที่ผู้เขียนหยิบยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนก็เพราะเห็นว่า ถ้าขืนปล่อยเลยตามเลยไม่ทักท้วงชี้แจงให้หายเข้าใจผิดกันบ้างการเข้าใจผิดมันจะขยายวงกว้างออกไปก็เลยเอามาเขียนบอกกล่าวกัน เพื่อช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการช่วยกัน
คนละไม้คนละมือตามแบบไทยๆ เรา
        เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อต้นเดือน พฤษภาคม 2548 ผู้เขียนได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พบพาดหัวข่าวว่า
“พ.ร.บ. ตั้งภูเวียง จังหวัดที่ 77 เข้าสู่สภาแล้ว” ในเนื้อหาของข่าวสรุปได้ว่าประธานรัฐสภาให้บรรลุระเบียบ วาระลงวันที่ 23 มีนาคม 2548 เพื่อที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ต่อไป โดยมีผู้เสนอชื่อเข้าร่วมร่าง พ.ร.บ. นี้ 56,030 คน จะแยกเอา อ.ภูเวียง, อ.หนองเรือ,
อ.ชุมแพ, อ.ภูผาม่าน และ อ.หนองนาคำ ออกจากจังหวัดขอนแก่นไปตั้งเป็นจังหวัดภูเวียง
        เมื่อผู้เขียนเจอพาดหัวข่าวแบบนี้เข้าก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะพาดหัวข่าวอย่างนี้เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำความเข้าใจผิดในเรื่องจำนวนจังหวัดให้แพร่กระจายออกไปอีก สงสารพวกนักเรียน นักศึกษาตลอดจนครู อาจารย์ จะพากันเชื่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจังหวัดอยู่แล้ว 76 จังหวัดแน่ๆ เห็นไหม จังหวัดที่ 77 กำลังจะตั้งกันแล้ว เอาละคราวนี้มาฟังคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมพวกเราบางคนจึงตอบผิด? ที่ตอบผิดก็เพราะว่าเข้าใจผิดโดยเข้าใจไปว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดซึ่งอันที่จริง ในปัจจุบันนี้
กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่จังหวัดแล้ว อ้าว! เมื่อไม่ใช่จังหวัดแล้ว กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้เป็นอะไรล่ะ?
ตอบ : กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ ที่อยู่ในสังกัดที่เรียกว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่อื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด โดยกฎหมายที่กำหนดให้เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่นคือ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ.2528 ขอถามอีกว่าแล้วทำไมจึงเกิดความเข้าใจผิดว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัด? ตอบ : คือเมื่อปี พ.ศ.2514 ได้มีการนำเอาจังหวัด พระนคร กับจังหวัด ธนบุรี มารวมกัน แล้วจัดตั้งเป็น นครหลวง เรียกว่า นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ก็ยังคงเป็นหน่วยงานอยู่ในสังกัดการบริหารราชการส่วนภูมิภาค คือ ยังเป็นจังหวัดอยู่เหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้เอามารวมกัน เมื่อมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนขอทบทวนพวกเราถึงเรื่องการปกครองนิดหน่อยเพื่อจะได้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างขึ้น คือประเทศเรามี พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 แก้ไขล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2545 ได้แบ่งการปกครองเอาไว้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ
    1. ส่วนกลางได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, ทบวงและกรม
    2. ส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด และอำเภอ
    3. ส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาล, สุขาภิบาล และราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด
        ต่อมาปี พ.ศ.2515 ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการปกครอง นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ใหม่อีกและได้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น กรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังคงเป็นจังหวัดอยู่เช่นเดียวกับปี พ.ศ.2514 สำหรับชื่อที่เรียกใหม่นี้ ก็เอามาจากท่อนแรกของชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร ที่รัชกาลที่ 1 ตั้งไว้มาใช้เรียก ซึ่งชื่อเดิมเต็มๆ มีดังนี้ กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิตสักกทัติย วิษณุกรรมประสิทธิ์ ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนคำว่า บวรรัตนโกสินทร์ มาเป็น อมรรัตนโกสินทร์ ต่อมาปี พ.ศ. 2518 ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการปกครอง
กรุงเทพมหานคร อีกคราวนี้ เปลี่ยนสังกัดจากการบริหารราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัด) ไปอยู่ในสังกัดการ บริหารราชการส่วน
ท้องถิ่น (ไม่ใช่จังหวัด) คือ ไปอยู่ในส่วนที่เรียกว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด (ซึ่งมีการเปลี่ยน อำเภอ ไปเป็น เขต เปลี่ยน ตำบล ไปเป็น แขวง) ต่อมาปี พ.ศ. 2528 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กรุงเทพมหานคร อีกโดยเปลี่ยนแปลง รายละเอียดภายในมากขึ้นแต่รูปส่วนใหญ่ ยังคงเดิมสังกัดก็คงเดิมคือเป็นหน่วยงาน ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น (ซึ่งไม่ใช่จังหวัด) อยู่ในส่วนที่เรียกว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดเหมือนกับปี พ.ศ.2518 และก็ใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนกฎหมายที่ออกกำหนดให้เป็นก็คือ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีข้อความกล่าวเอาไว้ชัดเจน ดังนี้ “ มาตรา 6 ให้กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีระเบียบการบริหารตามพระราชบัญญัตินี้และมีอาณาเขตท้องที่ตามที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การแก้ไขเปลี่ยนแปลง อาณาเขตท้องที่กรุงเทพมหานครให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ” ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาข้างต้นนั้นถ้าใครไม่ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง คือ ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้กันแล้วละก็รับรองได้ว่า ตกข่าว และจะเข้าใจผิดในเรื่องฐานะของ กรุงเทพมหานคร โดยจะเข้าใจเอาว่า กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นจังหวัดอยู่ ทั้งๆ ที่ไม่มีฐานะเป็น จังหวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 แล้วโดยได้ แยกกันอยู่คนละส่วนราชการกับจังหวัด คือจังหวัดอยู่ในสังกัดราชการส่วนภูมิภาคแต่ กรุงเทพมหานคร อยู่ในสังกัดราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับการปกครองรูปแบบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ กรุงเทพมหานคร เพียงแห่งเดียว ยังมีที่ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีอีกหนึ่งแห่ง มีชื่อเรียกว่า เมืองพัทยา กฎหมายที่ออกมากำหนดให้เป็น คือ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2521 และในอนาคตแว่วๆ ว่า เกาะช้าง ของจังหวัดตราด เกาะสมุย ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจจะถูกกำหนดให้เป็นการบริหารราชการส่วน
ท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด ในทำนองเดียวกับ เมืองพัทยา และก็ไม่แน่ว่าในเร็วๆ นี้ จังหวัดภูเก็ต อาจจะถูกกำหนดให้มี
รูปแบบการปกครองคล้ายๆ กับ กรุงเทพมหานคร ด้วยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นไปอย่างที่ว่ามาจำนวนจังหวัดในประเทศไทยก็จะลดหายไป 1 จังหวัดด้วยซ้ำไป จะเหลือเพียง 74 จังหวัด ก็ขอสรุปในขณะนี้ (มิ.ย. 48) ประเทศไทยมีแค่ 75 จังหวัดเท่านั้นอย่าเผลอไปนับเอา กรุงเทพมหานคร เข้าไปรวมเป็นจังหวัดด้วยก็แล้วกันเพราะมันจะเพิ่มเป็น 76 จังหวัดไปแต่ถ้าจะพูดให้ครอบคลุมทั้งประเทศก็น่าจะใช้คำพูดว่า “ 75 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร” ลำดับต่อไปก็อยากจะให้พวกเราลองเอาชื่อเรื่องที่จั่วหัวไว้นี้ไปทดสอบถามกันเล่นๆ ในเชิงสนุกสนานกับเพื่อนฝูงหรือญาติ พี่น้องดูบ้าง ดูซิว่าจะมีคนสอบตกสักกี่คน แล้วอย่าลืมเฉลย คำตอบตามข้อมูลในเรื่องนี้ให้ผู้ถูกถามได้รับรู้ไว้ด้วยก็แล้วกัน อ้อ! ได้แถมรายชื่อ จังหวัดเรียงตามตัวอักษรไว้ท้ายเรื่องด้วยแล้ว เพื่อพวกเราจะได้ใช้ตรวจสอบว่า ผู้เขียนได้ทำรายชื่อจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งตกหล่นไปบ้างหรือเปล่า

ข้อมูลจาก : นิตยสารคู่สร้างคู่สม
ฉบับเดือนกันยายน 2548